ย้อนนาทีแจ้งข่าวดี เอส กันตพงศ์ ฟื้นแล้ว ขยับแขนขาได้ แต่ไม่สามารถสื่อสารได้

หลังจากที่พระเอกหนุ่มเข้ม เอส กันตพงศ์ บำรุงรักษ์ ไปร่วมกิจกรรมบิ๊กดีเบตของทางช่อง 7 ที่ลานพาร์ค พารากอน ศูนย์การค้าสยามพารากอน ก่อนจะวูบล้มหมดสติไป แพทย์ช่วยปั๊มหัวใจก่อนนำตัวส่ง รพ. ที่อยู่ใกล้ที่สุด ซึ่งจนถึงตอนนี้อาการยังคงวิกฤติ ต้องเฝ้าดูอาการวันต่อวัน

ล่าสุด คิตตี้ คริสติน่า บำรุงรักษ์ ภรรยาของเอส ได้โพสต์คลิปอัปเดตอาการล่าสุดของสามี และเขียนข้อความร่ายยาวเล่าว่า สวัสดีค่ะ วันนี้ฉันอยากจะมาอัปเดตอาการของคุณเอสที่ผ่านมา ฉันและทางครอบครัวยังไม่ได้ออกมาเปิดเผยเกี่ยวกับอาการป่วยของคุณเอส เนื่องจากทางครอบครัวยังทำใจไม่ได้กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เพราะว่าในตอนนี้อาการของเอส ยังอยู่ในวิกฤต

พวกเราเสียใจและหนักใจกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างมาก ส่วนวาเลนตินาก็ร้องไห้เรียกหาแต่พ่อตลอดเวลา แต่ฉันก็พยายามที่จะเข้มแข็งเพื่อลูก

แต่ตอนนี้ฉันคิดว่ามันถึงเวลาแล้วที่ฉันกับครอบครัวจะต้องออกมาบอกรายละเอียดทั้งหมดของคุณเอส ซึ่งฉันรู้ว่าทุกคนกำลังรอฟังข่าวดีอยู่ แต่ในตอนนี้ยังไม่มีข่าวดีเพราะว่าอาการป่วยของเขายังอยู่ในวิกฤต แต่ฉันพร้อมที่จะเปิดใจและพูดคุยเกี่ยวกับสถานการณ์ในตอนนี้มากขึ้น

อย่างที่ทุกคนทราบก่อนเกิดเหตุการณ์ สามีของฉันได้ไปทำงานเป็นพิธีกร งาน Big Debate by Ch7 ที่ลานสยามพารากอน ขณะที่เขากำลังทำงานหัวใจของเขาได้หยุดเต้นกะทันหันและได้รับการทำ CPR ฉุกเฉินและนำตัวส่งโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุด และปั๊มหัวใจเพื่อช่วยชีวิต ซึ่งใช้เวลานานมาก กว่าที่หัวใจของเขาจะกลับมาเต้นอีกครั้ง ได้รับ CPR ประมาณ 19 นาทีที่สยาม และทั้งหมดใช้เวลาถึง 45 นาทีที่ปั๊มหัวใจรวมบนรถฉุกเฉิน ฉันต้องขอขอบคุณทีมเจ้าหน้าที่ฉุกเฉินที่ไม่ยอมแพ้ ในการช่วยชีวิตของคุณเอส และพี่ยาช่างแต่งหน้าของเขาที่ตัดสินใจเลือกโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุดเพื่อช่วยชีวิตเขา ตัดสินใจแบบนี้น่าจะช่วยชีวิตเอส

ตั้งแต่ที่เขาได้เข้ารับการรักษาตัวที่โรงพยาบาล อาการของเขาก็ยังอยู่ในวิกฤต และมีอาการแทรกซ้อนที่หัวใจ วันก่อนหัวใจของคุณเอสก็มีปัญหาอีกครั้ง และแพทย์ก็ได้ทำการช่วยชีวิตไว้อีกครั้ง ซึ่งในเบื้องต้นทางแพทย์ที่รักษาคุณเอสได้ออกมายืนยันแล้วว่าเขามีอาการหัวใจอักเสบแต่ยังไม่สามารถระบุอะไรได้มากกว่านี้

เนื่องจากอยู่ในกระบวนการและขั้นตอนของการรักษาอยุ่ แพทย์ได้แจ้งว่าต้องเฝ้าดูอาการของคุณเอสแบบ วันต่อวัน ซึ่งแพทย์ยังหาสาเหตุที่ชัดเจนและหาแนวทางรักษายังไม่ได้ และยังไม่รู้ว่าจะต้องรักษาตัวที่ห้อง ICU นานแค่ไหน และจะฟื้นตัวเต็มที่ได้เมื่อไหร่

ตอนนี้ฉันอยากจะขอขอบคุณสำหรับน้ำใจทั้งหมดที่เราได้รับจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ฉันอยากขอบคุณทุกคนที่ช่วยสามีของฉัน โดยเฉพาะช่อง 7 ที่ช่วยเหลือและดูแลคุณเอส ทั้งเรื่องค่ารักษาและให้กำลังใจมาเรื่อยๆ เหมือนเป็นครอบครัวของตัวเอง เพราะเอสทำงานหนักและทุ่มเทอย่างเต็มที่เสมอเพื่อช่อง 7 มาตลอด เอสรักงานตัวเองมากๆ และสุดท้ายขอขอบคุณเจ้าหน้าที่ทางการแพทย์ที่รักษาคุณเอสอย่างเต็มที่ และแฟนคลับกับเพื่อนๆ ทุกคน ที่ส่งกำลังใจมาให้ค่ะ ยังไงเราจะอยู่ข้างเอสตลอดและสู้ด้วยกัน

ภาพจาก

ซึ่งหากย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม 2566 ที่ผ่านมา

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *